กินอาหารแทนยาแก้ปวด ดีกว่าไหม?

สลัดผัก

………..เมื่อมีอาการปวด คุณสาวๆ women mthai คงมักจะทานยาแก้ปวดเป็นประจำ ซึ่งเมื่อทานไปนานๆจะมีผลเสียตามมามากมาย การกินอาหารรสหวานมีน้ำตาลมากๆ หรืออาหารที่มีไขมันทรานส์ (เนยขาว  มาการีน หรือ เนยเทียม) มากๆจะมีส่วนทำให้เกิดอาการปวดในร่างกาย จึงควรลดอาหารประเภทนี้ลง เลือกกินผักผลไม้หลากสี กินอาหารที่มีเส้นใยละลายน้ำ เชjน ข้าวโอ๊ต

……….มีสารอาหารหลายประเเภทที่ช่วยลดอาการปวดต่างๆ ที่เกิดจากการอักเสบในร่างกายของเราได้ ก่อนจะกินยาแก้ปวดเลือกกินอาหารเป็นตัวช่วยดีกว่า

แอนตี้ออกซิแดนท์ : แอสพารากัส อะโวคาโด บล็อกโคลี่ กะหล่ำปลี เกรพฟรุต กีวี ส้ม พีช และมะเขือเทศ

ฟลาโวนอยด์ : แอปเปิ้ล องุ่น ชาเขียว หัวหอม ถั่วเหลือง

เบต้าคริปโตแซนติน : แอปริคอท ส้ม มะละกอ พีช พลัม ฟักทอง และแตงโม

เนื้อหาดีดีจากนิตยสาร ModernMom

ผักสีเขียว ต้านเบาหวาน

posted on 05 Jan 2012 15:30 by healt-tooyou

ผักสีเขียว ต้านเบาหวาน

healthy

.

…..โรคเบาหวาน ถือเป็นโรคยอดฮิตที่คนส่วนใหญ่เป็นกันมากพอๆ กับโรคมะเร็ง อาจจะฟังดูไกลตัวคุณตอนนี้ แต่ที่จริงแล้ว มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน สาเหตุเกิดขึ้น ก็เพราะการกินของคุณๆ นั่นแหละค่ะ อย่ามัวช้า มาสร้างเกระากำบังให้กับร่างกายของคุณ ด้วย ผักผลไม้สีเขียวๆ กันดีกว่าค่ะ…

…..icon  มะระ เป็นผักสีเขียวรสขมๆ ที่พบได้ทั่วไป ตามท้องตลาดบ้านเรา ไม่น่าเชื่อว่า ผักที่ประหลาดทั้งรสชาติและหน้าตา จะมีสรรพคุณได้มากขนาดนี้ เพราะรสชาติขมๆ เนี่ยแหละค่ะ ที่สามารถทำให้คุณห่างไกลจากโรคเบาหวานได้ เพราะมะระจะอุดมไปด้วย ชาแรนทิน ไวซีน โพลีเปปไทด์-พี และสารอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยต้านเบาหวานได้ แพทย์จากหลายๆ ประเทศแนะนำ ให้ดื่มน้ำที่คั้นจากมะระแบบสดๆ จะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีเลยทีเดียว

…..icon  กีวี ลูกกลมๆ มีขนน่ารักๆ มีคุณค่ามากกว่าที่เห็นนะคะ เพราะเจ้ากีวีมีค่าดัชนี ไขมัน และแคลอรี่ต่ำ นั่นก็หมายความว่า จะถูกย่อยช้ากว่า น้ำตาลก็จะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ นอกจากนี้ กีวี ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งจะช่วยเรื่องการรักษาระดับน้ำตาลในเลือด และการเผาผลาญและดูดซึมน้ำตาลได้ดี ถ้าสาวๆ คนไหน อยากลดน้ำหนักล่ะก็ กีวี จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีไม่ใช่น้อยเลยล่ะค่ะ

…..icon  ใบตำลึง อีกหนึ่งผักพื้นบ้าน ที่ใครเห็นก็ต้องนึกนึกถึงลักษณะและรสชาติกันออก ผักตำลึง มีสรรพคุณ ที่จะช่วยควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี มีการวิจัยจากคณะแพทย์ศาสตร์ ภาควิชาชีวเวชศาตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า สารสกัดที่ได้จากใบตำลึง มีฤทธิ์ช่วยในการพาเอาน้ำตาลเข้าไปอยู่ ในเซลล์กล้ามเนื้อได้ สรรพเยี่ยม รสชาติยอด คุณสาวๆ น่าจะไม่ควรมองข้ามไปนะคะ

…..icon  หน่อไม้ฝรั่ง หาซื้อง่าย ทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ต และตามท้องตลาดทั่วไป หน่อไม้ฝรั่ง สามารถทำให้ระดับอินซูลินในร่างกายคงที่ และสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย แต่เนื่องจากหน่อไม่ฝรั่ง เป็นผักที่ให้พลังงานไม่สูง จึงควรใช้วิธีการนึ่งจะดีกว่าการต้ม เนื่องจากจะได้ช่วยรักษาสารอาหารที่มีประโยชน์ไว้ได้มากกว่าค่ะ

…..แต่ไม่ว่าจะเป็น ผักผลไม้สีเขียว ชนิดไหนๆ ก็มีประโยชน์ทั้งนั้นแหละค่ะ แค่เลือกทานให้ถูกหลักและำพอเหมาะพอดี แค่นี้ร่างกายของคุณสาวๆ ก็จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ แถมยังช่วยให้ห่างไกลจากโรคต่างๆ อีกด้วยนะคะ

.

ขอบคุณเนื้อหาจากนิตยสาร

Cosmopolitan Thailand (December 2011)

เผยผิวสวยใส…ร่างกายแข็งแรง

 

gowell
ผิวสวยดูอ่อนวัย ใครๆก็อยากมี เสริมด้วยสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วยแล้ว คนรักสุขภาพและสาวๆที่รักสวยรักงามไม่ควรพลาดค่ะ การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่รู้ไหมคะว่าตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวพรรณโรยราร่างกายอ่อนล้าไม่แข็งแรงเท่าที่ควรคืออะไร?

บอกใบ้ให้ว่าเป็นชื่อที่ใครๆได้ยินแล้วต้องคุ้นหู….อนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระ พูดสั้นๆง่ายๆเข้าใจได้อย่างรวดเร็วก็คือ ออกซิเจนรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเสื่อมถอย สาเหตุของริ้วรอยและความชรา รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆด้วย

แล้วถ้าอยากให้ร่างกายสู้สารอนุมูลอิสระล่ะ ต้องทำอย่างไร?? พระเอกขี่ม้าขาวอย่าง “สารต้านอนุมูลอิสระ” ก็ปรากฏตัว

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) คือสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงซึ่งอยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์สีส้มแดง พบมากในอาหารทะเล เช่น เนื้อปลาแซลมอน เปลือกและเนื้อของกุ้งและปู รวมทั้งยังพบในสาหร่ายฮีมาโตคอกคัส ซึ่งเป็นแหล่งที่พบแอสตาแซนธินในปริมาณสูงที่สุด เป็นต้น

โดยแอสตาแซนธินนั้นมีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ ลดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย จุดด่างดำ บำรุงสายตา เสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อในร่างกาย ดูแลสุขภาพของกระเพาะอาหารทั้งยังลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เบาหวาน หัวใจและเส้นเลือดในสมองแตกด้วย ถือได้ว่าเป็นคุณประโยชน์ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

สาวๆและผู้รักสุขภาพทั้งหลายสามารถทานแอสตาแซนธินได้โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ เนื่องจากแอสตาแซนธินเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่เราทานเข้าไปมาเป็นเวลานานแล้ว และในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าได้มากขึ้นได้มีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายฮีมาโตคอกคัสซึ่งเป็นแหล่งแอสตาแซนธินปริมาณสูงแบบระบบปิดในชื่อว่า แอสตาเรียล แอสตาแซนธิน (AstaREAL Astaxanthin) ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เราได้รับประทานแอสตาแซนธินที่มีคุณภาพและปริมาณสูงพอกับความต้องการของร่างกาย และยังดีสำหรับผู้ที่แพ้อาหารทะเลไม่สามารถรับประทานกุ้งหรือปู ก็สามารถที่จะรับประโยชน์จากแอสตาแซนธินด้วย

รู้แบบนี้แล้ว หันมารับประทานแอสตาแซนธิน เพื่อความงามและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงกันเถอะค่ะ

ที่มารูปภาพ http://gowell.co.th/article_detail.php?nid=4

สายตาสดใส ด้วย วิตามินเอสูง จากการ ดื่มนม

    เมื่อนึกถึงสารอาหารที่ทำให้สายตาสดใสเปล่งประกาย เราย่อมนึกถึงวิตามินเอ และคุ้นเคยกับแหล่งวิตามินเอเช่น ผักบุ้ง ฟักทอง ตับ หรือไข่ ซึ่งต่างจากวิตามินเอที่ได้จากสัตว์ ซึ่งนมสดเป็นแหล่งวิตามินเอจากสัตว์ที่ให้วิตามินในปริมาณที่สูง โดยนมสดน้ำหนัก 100 กรัมนั้นมีวิตามินเอมากกว่าวิตามินชนิดอื่น คิดเป็นปริมาณ 125 IU (หน่วยสากล) หรือสามเท่าของวิตามินเอในนมถั่วเหลือง

milk and eyesight

     วิตามินเอที่ได้จากสัตว์นี้ เป็นวิตามินเอชนิดละลายในไขมัน นมสดซึ่งมีไขมันอยู่จำนวนหนึ่ง จึงช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอ ซึ่งมีช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ การมองเห็น และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขาดวิตามินเออาจมีผลต่อสายตา ทำให้ตามัวในแสงสลัวหรือเวลากลางคืน ตาแห้ง ผิวแห้ง ภูมิต้านทานโรคลดลง ร่างกายเจริญเติบโตช้า เป็นต้น

 

     การดื่มนมเพื่อเสริมวิตามินเอให้แก่ร่างกายจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ให้คุณประโยชน์ เนื่องจากการดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินเอประมาณ 10% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการ ซึ่งย่อมเป็นโอกาสที่ดีเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น เช่น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ดี นมสดพร่องมันเนยหรือที่ไม่มีไขมัน ก็จะไม่มีวิตามินเอด้วย เนื่องจากไม่มีไขมันทำละลายและช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้เช่นเดียวกับนมสดธรรมดาที่มีไขมันอยู่ประมาณ 4%  

 

     นอกจากวิตามินเอจะดีต่อสายตาแล้ว ท่านอาจเคยเห็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวโฆษณาถึงสรรพคุณของวิตามินเอว่า ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง เนื่องจากวิตามินเอมีส่วนช่วยรักษาสภาพเยื่อบุผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังไม่แห้ง หยาบกร้าน รวมทั้งปัญหาสิว โรคติดเชื้อ นอกจากนี้ วิตามินเอยังมีส่วนช่วยให้กระดูก ฟันและผม มีความแข็งแรงด้วย

 

     ดังนั้นการดื่มนมสดจึงให้ประโยชน์ในหลายด้าน และครบครันในหนึ่งเดียว ยิ่งกว่าทูอินวัน ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และวิตามินอีกหลากหลาย การดื่มนมสดเป็นประจำไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ จึงเป็นการเสริมให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุจำเป็นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ไม่เจ็บป่วยง่าย และประหยัดค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย

     ดูแลสุขภาพด้วยการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าการรักษาในภายหลัง และอย่าลืมหมั่นออกกำลังกายด้วยนะคะ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสำหรับทุกสภาวการณ์ค่ะ

 

 

ข้อมูลโดย บมจ. ฟรีสแลนด์ คัมพิน่า (ประเทศไทย)

กินพออิ่ม เพื่อ หน้าเด็ก

หน้าเด็ก

………...ผนวกกับมี ของอร่อยมาวางอยู่ตรงหน้า หนังสือ 188 เคล็ดลับชะลอวัย แนะว่ากินแต่พออิ่ม หมายถึงกินอิ่มประมาณแปดในสิบส่วนของกระเพาะอาหาร กินแล้วรู้สึกอิ่มพอดี สบายท้อง หากกินอาหารมากเกินไป ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น ทำให้ฟรีเรดิคัล ตัวการเร่งให้แก่ เร็วขึ้นด้วย มาดูวิธีกินแต่พออิ่ม ช่วยให้อ่อนวัยกันค่ะ

1. ตักอาหารที่คิดว่ากินแล้วอิ่มพอดีไว้ในจาน เพื่อควบคุมปริมาณการกินของตนเอง
2. เคี้ยวอาหารช้าๆ หากกินเร็ว กว่าจะรู้ตัวก็แน่นท้องเสียแล้ว
3. สังเกตความอิ่มของตนเองก่อนตักอาหารเพิ่ม
4. ควรวางแผนการกินอาหารทุกครั้งก่อนไปงานเลี้ยง โดยเฉพาะอาหารบุฟเฟต์
5. ท่องคาถาระงับความหิวไว้ว่า “กินเพื่ออยู่ (นานๆ) ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน (เยอะๆ)”

กินแต่พออิ่มและอย่าลืมเลือกอาหารที่มีประโยชน์ด้วยนะคะ

นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 312