สายตาสดใส ด้วย วิตามินเอสูง จากการ ดื่มนม

    เมื่อนึกถึงสารอาหารที่ทำให้สายตาสดใสเปล่งประกาย เราย่อมนึกถึงวิตามินเอ และคุ้นเคยกับแหล่งวิตามินเอเช่น ผักบุ้ง ฟักทอง ตับ หรือไข่ ซึ่งต่างจากวิตามินเอที่ได้จากสัตว์ ซึ่งนมสดเป็นแหล่งวิตามินเอจากสัตว์ที่ให้วิตามินในปริมาณที่สูง โดยนมสดน้ำหนัก 100 กรัมนั้นมีวิตามินเอมากกว่าวิตามินชนิดอื่น คิดเป็นปริมาณ 125 IU (หน่วยสากล) หรือสามเท่าของวิตามินเอในนมถั่วเหลือง

milk and eyesight

     วิตามินเอที่ได้จากสัตว์นี้ เป็นวิตามินเอชนิดละลายในไขมัน นมสดซึ่งมีไขมันอยู่จำนวนหนึ่ง จึงช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอ ซึ่งมีช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ การมองเห็น และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขาดวิตามินเออาจมีผลต่อสายตา ทำให้ตามัวในแสงสลัวหรือเวลากลางคืน ตาแห้ง ผิวแห้ง ภูมิต้านทานโรคลดลง ร่างกายเจริญเติบโตช้า เป็นต้น

 

     การดื่มนมเพื่อเสริมวิตามินเอให้แก่ร่างกายจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ให้คุณประโยชน์ เนื่องจากการดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินเอประมาณ 10% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการ ซึ่งย่อมเป็นโอกาสที่ดีเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น เช่น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ดี นมสดพร่องมันเนยหรือที่ไม่มีไขมัน ก็จะไม่มีวิตามินเอด้วย เนื่องจากไม่มีไขมันทำละลายและช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้เช่นเดียวกับนมสดธรรมดาที่มีไขมันอยู่ประมาณ 4%  

 

     นอกจากวิตามินเอจะดีต่อสายตาแล้ว ท่านอาจเคยเห็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวโฆษณาถึงสรรพคุณของวิตามินเอว่า ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง เนื่องจากวิตามินเอมีส่วนช่วยรักษาสภาพเยื่อบุผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังไม่แห้ง หยาบกร้าน รวมทั้งปัญหาสิว โรคติดเชื้อ นอกจากนี้ วิตามินเอยังมีส่วนช่วยให้กระดูก ฟันและผม มีความแข็งแรงด้วย

 

     ดังนั้นการดื่มนมสดจึงให้ประโยชน์ในหลายด้าน และครบครันในหนึ่งเดียว ยิ่งกว่าทูอินวัน ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม และวิตามินอีกหลากหลาย การดื่มนมสดเป็นประจำไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ จึงเป็นการเสริมให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุจำเป็นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน ไม่เจ็บป่วยง่าย และประหยัดค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย

     ดูแลสุขภาพด้วยการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าการรักษาในภายหลัง และอย่าลืมหมั่นออกกำลังกายด้วยนะคะ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสำหรับทุกสภาวการณ์ค่ะ

 

 

ข้อมูลโดย บมจ. ฟรีสแลนด์ คัมพิน่า (ประเทศไทย)

Comment

Comment:

Tweet